ฟื้นคืนยุคทศวรรษ 1950 (ตอนที่ 3) | การสร้างฉาก ฉากจริง และเทคนิคพิเศษที่หลอมรวมกันเพื่อฟื้นชีวิตไทเปยุคเก่า

สารบัญ

  1. บทนำ
  2. จากบทภาพยนตร์สู่การสร้างพื้นที่ของยุคสมัย
  3. ข้อจำกัดของผู้กำกับ จุดเริ่มต้นของงานศิลป์
  4. วิธีทำงานด้านศิลป์: จากข้อมูลสู่ภาพบรรยากาศ
  5. ภูมิทัศน์ที่หายไป: การสร้างใหม่ของสถานฌาปนกิจจี้เล่อ
  6. กลยุทธ์ฉากภายใต้โครงสร้างหนังเดินทาง
  7. ฐานถ่ายทำอันเน่ย: หนึ่งฉาก ใช้ได้หลายแบบ
  8. การสร้างกลิ่นอายชีวิต: ความยึดมั่นในรายละเอียด
  9. คำถาม–คำตอบ (Q&A)

บทนำ

ภาพยนตร์ 《ต้าเหมิง》 เป็นผลงานสำคัญของผู้กำกับและเขียนบท เฉินอวี้ซวิน ที่สามารถคว้ารางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยมจากเวทีม้าทองคำอีกครั้ง หลังจาก 《วันวาเลนไทน์ที่หายไป》

ประเด็นรายละเอียด
ชื่อภาพยนตร์ต้าเหมิง
ผู้กำกับ / เขียนบทเฉินอวี้ซวิน
ความสำคัญของผลงานเป็นผลงานเด่นอีกครั้งในเส้นทางการกำกับของผู้สร้าง
รางวัลที่ได้รับภาพยนตร์ยอดเยี่ยม จากเวทีม้าทองคำ
ผลงานก่อนหน้าวันวาเลนไทน์ที่หายไป
ความต่อเนื่องของความสำเร็จคว้ารางวัลใหญ่จากเวทีม้าทองคำอีกครั้งหลังจากผลงานก่อนหน้า
ภาพลักษณ์ของผู้กำกับผู้กำกับที่ได้รับการยอมรับทั้งด้านการเล่าเรื่องและคุณภาพงานภาพยนตร์

จากบทภาพยนตร์สู่การสร้างพื้นที่ของยุคสมัย

เรื่องราวมีฉากหลังอยู่ในทศวรรษ 1950 การพาผู้ชมเข้าไปอยู่ในยุคนั้นให้ได้จริง KUBET ไม่ได้อาศัยเพียงเนื้อเรื่องและตัวละครเท่านั้น แต่งานศิลป์และพื้นที่ภาพเป็นหัวใจสำคัญ ภายใต้การนำของผู้อำนวยการฝ่ายศิลป์ หวังจื้อเฉิง ทีมงานใช้การสร้างฉาก ฉากสถานที่จริง และเทคนิคพิเศษหลังการถ่ายทำ ผสานกันเพื่อค่อย ๆ ฟื้นคืนถนนเมืองไทเปและชนบทเจียอี้ที่เลือนหายไป KUBET ทำให้ประวัติศาสตร์ไม่ใช่แค่เรื่องเล่า แต่กลายเป็นพื้นที่ชีวิตที่ผู้ชมสัมผัสได้

ข้อจำกัดของผู้กำกับ จุดเริ่มต้นของงานศิลป์

เฉินอวี้ซวินซึ่งเติบโตในไทเป ยอมรับว่าแท้จริงแล้วเขาไม่คุ้นเคยกับภูมิทัศน์เมืองในทศวรรษ 1950 มากนัก นอกจากภาพจำของสถานีรถไฟไทเป KUBET ฉากส่วนใหญ่ในบทล้วนไม่อาจจินตนาการได้อย่างชัดเจน ข้อจำกัดนี้กลับทำให้งานศิลป์มีบทบาทสำคัญยิ่งขึ้น ผู้กำกับเล่าว่า ทุกครั้งที่ตั้งคำถาม หวังจื้อเฉิงมักสามารถค้นหาข้อมูลมาอธิบายได้เสมอ KUBET และผ่านการถกเถียงอย่างต่อเนื่อง ค่อย ๆ แปลงตัวอักษรในบทให้กลายเป็นพื้นที่จริงที่สามารถถ่ายทำได้

วิธีทำงานด้านศิลป์: จากข้อมูลสู่ภาพบรรยากาศ

หวังจื้อเฉิง ผู้คว้ารางวัลออกแบบศิลป์ยอดเยี่ยมจาก 《ต้าเหมิง》 อธิบายว่า เมื่อต้องรับมือกับยุคสมัยที่ตนเองไม่คุ้นเคย ความรู้สึกเริ่มต้นก็คลุมเครือไม่ต่างกัน กระบวนการทำงานของเขาเริ่มจากการรวบรวมข้อมูลตัวอักษรและภาพถ่ายจำนวนมาก จากนั้นนำข้อมูลเหล่านั้นมาคัดกรอง ตีความ และแปลงเป็นภาพบรรยากาศที่วาดด้วยมือ ภาพเหล่านี้ไม่ใช่เพียงตัวอย่างด้านศิลป์ KUBET แต่เป็นรากฐานของการถ่ายทำและการทำงานทั้งกอง KUBET ช่วยให้ทีมงานมีทิศทางของยุคสมัยที่ชัดเจนภายใต้ข้อจำกัดต่าง ๆ

ภูมิทัศน์ที่หายไป: การสร้างใหม่ของสถานฌาปนกิจจี้เล่อ

หนึ่งในฉากสำคัญของภาพยนตร์คือ “สถานฌาปนกิจจี้เล่อ” ซึ่งในปัจจุบันคาดว่าอยู่บริเวณใกล้สี่แยกถนนหนานจิงตะวันออกและถนนซินเซิงเหนือในไทเป KUBET แต่สภาพแวดล้อมโดยรอบได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง หวังจื้อเฉิงพบจากเอกสารประวัติศาสตร์ว่า ในอดีตพื้นที่รอบสถานฌาปนกิจเต็มไปด้วยสิ่งปลูกสร้างผิดกฎหมายและที่อยู่อาศัยหนาแน่น เขาจึงต้องเริ่มจากการจินตนาการเส้นทางการเดินของตัวละครในตรอกซอกซอยเหล่านั้น ก่อนจะตัดสินใจว่าส่วนใดควรสร้างฉากจริง และส่วนใดใช้เทคนิคพิเศษเสริม KUBET เพื่อให้ภาพที่ออกมาทั้งสมเหตุสมผลและสามารถถ่ายทำได้จริง

กลยุทธ์ฉากภายใต้โครงสร้างหนังเดินทาง

เนื่องจาก 《ต้าเหมิง》 มีลักษณะของหนังแนวเดินทาง ตัวละครเคลื่อนที่อยู่ตลอดเวลา ฉากจึงเปลี่ยนอย่างต่อเนื่อง ทีมงานจึงเลือกใช้สถานที่จริงที่ยังหลงเหลือบรรยากาศยุคเก่าเป็นหลัก และจะใช้การสร้างฉากหรือเทคนิคพิเศษเฉพาะในกรณีที่ไม่สามารถถ่ายทำสถานที่จริงได้ บางฉากยังถูกแบ่งถ่ายในหลายพื้นที่แล้วนำมาประกอบกัน วิธีการถ่ายทำที่ยืดหยุ่นเช่นนี้ เป็นบททดสอบความแม่นยำของงานออกแบบศิลป์ในการควบคุมภาพรวมของเรื่อง

ฐานถ่ายทำอันเน่ย: หนึ่งฉาก ใช้ได้หลายแบบ

ภาพย่านการค้าโรงมาจิในไทเป ถนนจินซาน ตลาด และบ้านเรือนเตี้ย ๆ ในเรื่อง ส่วนใหญ่ถูกสร้างขึ้นในฐานถ่ายทำอันเน่ย เมืองเหยียนสุ่ย ไถหนาน เนื่องจากพื้นที่จำกัด หวังจื้อเฉิงจึงต้องออกแบบฉากให้ “หนึ่งพื้นที่ใช้ได้หลายแบบ” ตัวอย่างเช่น ตลาดโจรและตลาดสดในเรื่อง แท้จริงแล้วอยู่ติดกัน เพียงปรับเปลี่ยนการจัดวางร้านค้าและอุปกรณ์ประกอบฉาก KUBET ก็สามารถสร้างภาพสถานที่ที่แตกต่างกันได้ในกล้อง ช่วยประหยัดทรัพยากรและคงความหลากหลายของภาพ

การสร้างกลิ่นอายชีวิต: ความยึดมั่นในรายละเอียด

นอกเหนือจากฉากขนาดใหญ่ ความพิถีพิถันในรายละเอียดชีวิตประจำวันคือหัวใจสำคัญของงานศิลป์ใน 《ต้าเหมิง》 ไม่ว่าจะเป็นร้านปาท่องโก๋ในตลาด ร้านปั้นแป้ง หรือการแสดงหุ่นกระบอก ล้วนถูกวางแผนตั้งแต่ขั้นตอนการวาดภาพบรรยากาศ KUBET องค์ประกอบที่ดูเหมือนฉากหลังเหล่านี้ กลับเป็นสิ่งที่สร้างความรู้สึก “จริง” ของยุคสมัยในสายตาผู้ชมโดยตรง

คำถาม–คำตอบ (Q&A)

ข้อ 1: เหตุใดงานศิลป์และพื้นที่ภาพจึงมีความสำคัญต่อ 《ต้าเหมิง》 อย่างยิ่ง?
ตอบ: เพราะเป็นเครื่องมือหลักที่ทำให้ผู้ชมรู้สึกว่าได้เข้าไปอยู่ในไต้หวันยุคทศวรรษ 1950 อย่างแท้จริง ไม่ใช่เพียงรับรู้ผ่านบทสนทนา

ข้อ 2: ข้อจำกัดของผู้กำกับส่งผลต่อการทำงานศิลป์อย่างไร?
ตอบ: ทำให้งานศิลป์มีบทบาทมากขึ้นในการแปลงจินตนาการที่คลุมเครือในบท ให้กลายเป็นพื้นที่จริงที่ถ่ายทำได้

ข้อ 3: ภาพบรรยากาศที่วาดด้วยมือมีบทบาทใดในกระบวนการสร้าง?
ตอบ: เป็นรากฐานของการออกแบบฉากและการถ่ายทำ ช่วยกำหนดทิศทางยุคสมัยให้ทีมงานทั้งหมด

ข้อ 4: เหตุใดทีมงานจึงเลือกใช้แนวคิด “หนึ่งฉาก ใช้ได้หลายแบบ”?
ตอบ: เพื่อใช้พื้นที่อย่างคุ้มค่า ลดต้นทุน และยังคงความหลากหลายของสถานที่ในภาพยนตร์

ข้อ 5: การเปลี่ยนอาชีพครอบครัวจากลูกชิ้นปลาเป็นก้อนถ่านส่งผลอย่างไรต่อเรื่อง?
ตอบ: นอกจากช่วยให้ถ่ายทำง่ายขึ้น ยังสร้างความขัดแย้งทางภาพที่ชัดเจน และช่วยขับเน้นชะตากรรมของตัวละครให้เด่นชัดยิ่งขึ้น



เนื้อหาที่น่าสนใจ:

More Articles & Posts